หน้า: [1] 2 3
 
แชร์กระทู้นี้ไปยัง Facebookแชร์กระทู้นี้ไปยัง Googleแชร์กระทู้นี้ไปยัง Liveแชร์กระทู้นี้ไปยัง MySpaceแชร์กระทู้นี้ไปยัง Twitterแชร์กระทู้นี้ไปยัง Yahoo
ผู้เขียน หัวข้อ: TrendyMan : ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย นายอนันตพล สุดทรัพย์ ภาค๑  (อ่าน 5747 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:30:03 PM »

ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย การได้บวชถือเป็นมหากุศล อันยิ่งใหญ่ ผลบุญจะแผ่ไปถึง บุคคลผู้ใกล้ชิด และลบล้างกรรมชั่วในอดีตได้ ตามแต่กำลังการบำเพ็ญตน หรือหากท่านยินดี ที่จะดำรงสถานภาพของสมณเพศ ไปจนตลอดชีวิต ก็นับว่า เป็นการอุทิศตน ช่วยธำรงค์ไว้ซึ่งการสืบต่อ ของศาสนาพุทธ ไปจนตราบชั่วกาลนาน


* DN61310_web.jpg (237.2 KB, 564x849 - ดู 605 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:31:54 PM »

ผู้จะบวชเรียกว่า อุปสัมปทาเปกข์ หรือ นาค ซึ่งต้องท่องคำบาลีหรือที่เรียกกันว่าขานนาคให้คล่องเพื่อใช้ในพิธี โดยต้องฝึกซ้อมกับพระอาจารย์ให้คล่องก่อนทำพิธีบวชเพื่อจะได้ไม่เคอะเขิน
นอกจากนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคิด ต้องเตรียมตัว
คำขอขมาบิดา มารดา และญาติผู้ใหญ่เพื่อลาบวช

"กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้เคยประมาทล่วงเกินท่านต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ทั้งตั้งใจก็ดี มิได้ตั้งใจก็ดี ขอให้ท่านจงอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้านับแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนตราบเท่านิพพานเทอญ"


* DN60957_web.jpg (209.12 KB, 943x627 - ดู 375 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:33:08 PM »

กราบลา บิดามารดา สู่ร่มกาวสาวพักตร์


* DN60956_web.jpg (232.99 KB, 858x570 - ดู 573 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:34:02 PM »

เพื่อมิให้ ห่วงใย ในทางโลก จึงต้องสละซึ่ง เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ
เริ่มจาก เกศา ก่อนครับ


* DN60980_web.jpg (229.92 KB, 627x943 - ดู 349 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:35:08 PM »

เกศาคือผม อย่าได้ชื่นชม ว่าผมโสภา
โลมาคือขน งอกทั่วตัวตน ล้วนเป็นอนิจจา


* DN61053_web.jpg (229.12 KB, 627x943 - ดู 358 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:35:51 PM »

นะขาคือเล็บ ถอดหักมักเจ็บ เป็นสิ่งสามัญ

ทันตาคือฟัน หลุดล่วงป่วนปั่น ใช่อยู่จีรัง


* DN61077_web.jpg (203.34 KB, 627x943 - ดู 347 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:36:52 PM »

ตะโจคือหนัง เปื่อนเน่าพองพัง ทั่วทั้งกายี

เร่งคิดสังเวช จิตตั้งสังเกต ถึงกายอินทรีย์



* DN61091_web.jpg (222.37 KB, 627x943 - ดู 366 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:37:27 PM »

ตามนัยคัมภีร์ บาลีขานไข อย่าได้ประมาทเทอญ


* DN61096_web.jpg (222.91 KB, 627x943 - ดู 361 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:38:50 PM »

สุดท้ายของคมมีดโกน


* DN61116_web.jpg (217.42 KB, 627x943 - ดู 346 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:40:46 PM »

บวชพระ

เมื่อเด็กชายอายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ ก็ถือว่าเข้าเขตวัยผู้ใหญ่ จะต้องมีความรับผิดชอบที่
จะครองตน และสร้างหลักฐานต่อไป จึงจำเป็นต้องมีความรู้ถึงความจริงในโลกที่เต็มไปด้วยอารมณ์
ต่างๆ ซึ่งจะเกิดจากสุข ทุกข์ การบวชพระ จะเป็นการรักษาอารมณ์ที่จะทำให้มนุษย์ไปสู่ทางที่ดี
การบวช คือ เมื่อตกลงกันว่าจะเป็นพระแล้ว ผู้ใหญ่ บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ที่จัดการ
ให้ผู้จะบวชนำดอกไม้ ธูปเทียน แพ ใส่พานไปบอกกล่าวผู้ที่นับถือหรือวงศาคณาญาติเรียกกันว่าไป
"ลาบวช" การจัดงานบวชของคนไทยโดยทั่วไปก็จะจัดก่อนวันบวช ๑ วัน เรียกว่าวันสุกดิบ วันนี้จะ
มีการทำขวัญนาค ผู้บวชจะโกนหัว โกนคิ้ว โกนหนวด ตัดเล็บ นุ่งผ้าด้วยเครื่องแต่งกายที่งดงามมี
แก้วแหวนเงินทองต่าง ๆ อันแสดงถึงสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อทางโลก นุ่งจีบด้วยผ้ายกทอง ใส่เสื้อครุยปักทอง
สไบเฉียงทางไหล่ซ้าย คาดเข็มขัดหัวเพชร ใส่แหวนครบ ๘ นิ้ว ตัวนาคจะนั่งหน้าโต๊ะบายศรีตามพิธี
พราหมณ์ ผู้เฒ่าก็จะตั้งต้นอ่านคำทำขวัญนาคเป็นทำนอง มีเนื้อความอธิบายถึงชีวิตคนตั้งแต่แรกเกิด
มีพ่อแม่บำรุงเลี้ยงดูด้วยความยากลำบากจนถึงเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่มีความปรารถนาให้ลูกเป็นคนดี บัดนี้
ก็สมใจแล้วที่เจ้านาคจะอุปสมบทในพระพุทธศาสนา นับเป็นความดีอันสูงสุดที่จะเป็นมงคลต่อชีวิตตน
ต่อไป


* DN61124_web.jpg (235.78 KB, 627x943 - ดู 369 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:41:23 PM »

เมื่อวันรุ่งขึ้นเป็นวันบวช นาคก็จะแต่งตัวเหมือนวันทำขวัญนาค บางคนก็ขึ้นหลังม้าตามแบบ
พระศาสดาออกบวช เข้าขบวนแห่มี ไตร บาตร บริขาร ๘ ดอกไม้ ธูป เทียน พร้อมด้วยวงศาคณาญาติ
ไปวัด พอถึงวัดบิดาหรือผู้ปกครองของนาคก็จะจูงแขนเข้าโบสถ์ เป็นการแสดงความยินดีชื่นชมแล้วส่ง
ไตรครองให้นาค นาครับไตรแล้วจะนำไตรไปถวายอุปัชฌาย์ และกราบลง ๓ หน ถวายดอกไม้ธูปเทียน
แล้วกล่าวคำของบรรพชาคือ บวชเณร ( พระที่บวชเป็นสงฆ์จะต้องบวชเป็นเณรมาก่อนเพื่อจะได้รู้และ
คุ้นเคยกับคติของวัด ) ผู้เป็นเณรแล้วก็บวชพระได้เลย


* DN61133_web.jpg (218.96 KB, 943x627 - ดู 417 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:42:34 PM »

ผู้ที่จะบวชเป็นสามเณรหรือพระได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

๑.เป็นสุภาพชนที่มีความประพฤติดีประพฤติชอบ ไม่มีความประพฤติเสียหาย เช่นติดสุราหรือยาเสพติดให้โทษเป็นต้น และไม่เป็นคนจรจัด
๒.มีความรู้อ่านและเขียนหนังสือไทยได้
๓.ไม่เป็นผู้มีทิฏฐิวิบัติ
๔.ไม่เป็นคนล้มละลาย หรือมีหนี้สินผูกพัน
๕.เป็นผู้ปราศจากบรรพชาโทษ และมีร่างกายสมบูรณ์ อาจบำเพ็ญสมณกิจได้ ไม่เป็นคนชราไร้ความสามารถหรือทุพพลภาพ หรือพิกลพิการ
๖.มีสมณบริขารครบถ้วนและถูกต้องตามพระวินัย
๗.เป็นผู้สามารถกล่าวคำขอบรรพชาอุปสมบทได้ด้วยตนเอง และถูกต้องไม่วิบัติ


* DN61173_web.jpg (193.73 KB, 627x943 - ดู 349 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

yakuzakorat
สมาชิกชมรม
ขาประจำ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2828


ถ่ายรูปก็เหมือนศิลปะ ต้องคิดเสมอว่าเราจะนำเสนออะไร


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:43:13 PM »

อนุโมธนา สาธุ กับ พระหนึ่งด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

"กว่าจะลุกต้องมีการล้ม กว่าจะคมต้องมีการถื่อ กว่าจะเก่งต้องมีการฝึกปรือ กว่าจะมีชื่อต้องมีการอดทน" Line : yakuzakorat FB : Narin Sapaisarn 086-726-3691
trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:44:58 PM »

"บวชนาค" เดือนแปด ประเพณีของ "นาค" อุษาคเนย์ ที่ไม่มีในอินเดีย-ลังกา  จากหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

เดือนแปดทางจันทรคติของชุมชนท้องถิ่นพวกหนึ่งในอุษาคเนย์ เริ่มเข้าวันแรกขึ้น ๑ ค่ำ เดือนแปด ขณะที่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยานับเดือนแปด แต่ทางล้านนาและบางท้องถิ่นที่อยู่ตอนบนของภูมิภาคจนถึงทางใต้ของจีน นับเป็นเดือนสิบแล้ว เพราะนับเร็วกว่ากัน ๒ เดือนตามลักษณะแตกต่างทางภูมิศาสตร์ ประเพณีชาวบ้านช่วงเวลานี้สืบเนื่องจากเดือนก่อน (คือ เดือนเจ็ด) เป็นช่วงเวลาฝนตกมากจนน้ำนองทั่วไป ชาวบ้านมีพิธีบวชนาค ซึ่งไม่มีในอินเดีย-ลังกา ในทวาทศมาสโคลงดั้นยุคต้นกรุงศรีอยุธยาไม่มีพรรณนาพิธีกรรมอะไรเลย นอกจากบอกว่าเป็นฤดูมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง พระสงฆ์เข้าพรรษา งานบุญเข้าพรรษาเดือนแปด มีมาแล้วตั้งแต่ยุคต้นกรุงศรีอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น แล้วสืบเนื่องต่อมาจนยุคปลายกรุงศรีอยุธยา จนผ่านเข้ายุคกรุงธนบุรี ต่อเนื่องถึงยุครัตนโกสินทร์ งานบุญเข้าพรรษายังสืบความสำคัญของราชอาณาจักร ดังมีอยู่ในนิราศเดือน ของหมื่นพรมสมพัตสร หรือเสมียนมี กวีในแผ่นดินรัชกาลที่ ๓ กิจกรรมสำคัญของงานบุญเข้าพรรษาในยุคต้นรัตนโกสินทร์ คือแห่เทียนพรรษาไปถวายพระสงฆ์ตามวัดต่าง ๆ ไว้จุดบูชาพระรัตนตรัยตลอดฤดูเข้าพรรษา ๓ เดือน มีในบันทึกท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ นอกเหนือจากแห่เทียนเข้าพรรษา ยังมีประเพณีบวชนาค การทำขวัญนาค บวชนาค

คำว่า นาค เป็นคำใช้เรียกคนผู้ชายที่จะขออุปสมบท คือบวชเป็นพระภิกษุ แต่ไม่เคยพบหลักฐานว่าถ้าคนผู้หญิง ขออุปสมบทเป็นภิกษุณีจะมีคำเรียกว่าอะไร? ประเพณีไทยแต่โบราณนานมาแล้ว ไม่เรียกพิธีอุปสมบทว่า บวชคนให้เป็นพระ แต่เรียกบวชนาค ในพระวินัยของพระพุทธเจ้าไม่มีเรื่องบวชนาค ฉะนั้นพิธีบวชนาค จึงไม่มีในชมพูทวีป (คือ อินเดียโบราณ) แต่เป็นประเพณีพื้นเมืองของภูมิภาคอุษาคเนย์โดยเฉพาะบริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นพม่า (มอญ) เขมร ลาว และไทย

ปัจจุบันที่ลังกามีบวชนาค แต่เขาอธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร? มาจากไหน? ชี้ให้เห็นว่าพิธีบวชนาคในลังการับไปจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระอุบาลี (จากวัดธรรมาราม อยุธยา) รับนิมนต์ไปประดิษฐาน "สยามวงศ์" ที่ลังกาทวีปเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๕

แต่ครั้นไต่ถามความจริงจากผู้คนในอุษาคเนย์แท้ ๆ ก็อธิบายไม่ได้ว่าพิธีบวชนาคคืออะไร? มาจากไหน? แล้วพากันโยนกลับไปที่อินเดีย ทั้ง ๆ ที่ในอินเดียไม่เคยมีบวชนาค

นาค หรือ Naga อยู่ในภาษาตระกูลอินโด-ยุโรป มีรากเดิมมาจากคำว่า นอค Nog แปลว่า เปลือย แก้ผ้า แล้วภาษาอังกฤษรับมาใช้ว่า Naked เป็นอันรู้แล้วว่านาคไม่ใช่คำไทย-ลาว และไม่ใช่คำมอญ-เขมร แต่ทั้งตระกูลไทย-ลาว และมอญ-เขมร รับมาใช้ในความหมายว่า งู เพราะงูเป็นสัตว์เปลือยไม่มีขนปกปิด แล้วสร้างจินตนาการเพิ่มเติมต่อมาว่า หัวหน้างูทั้งหลายคือ พญานาค มีที่อยู่ใต้ดินเรียก บาดาล

เมื่อนาคมาจากนอค หมายถึงเปลือยหรือแก้ผ้า ต่อมาจึงเป็นคำของพวกมีวัฒนธรรมสูงกว่าที่รู้จักทอผ้านุ่งห่มแล้วใช้เรียกพวกมีวัฒนธรรมต่ำกว่า คือยังไม่รู้จักทอผ้านุ่งห่ม ยังเป็นคนเปลือย อย่างดีก็เอาใบไม้มามัดผูกเป็นเครื่องนุ่งห่ม ดังนิทานกำเนิดรัฐฟูนันในอุษาคเนย์ ที่ตระกูลพราหมณ์ (โกณฑัญญะ) มาทางทะเลแล้วปราบปรามชนเผ่าพื้นเมืองที่มีหัวหน้าเป็นผู้หญิง เอกสารจีนเรียกนางลิวเย่ แปลว่านางใบมะพร้าว คือไม่นุ่งผ้า แต่เอาใบมะพร้าวมาห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น

นางลิวเย่ คือนางนาค หมายถึง นางเปลือย นางแก้ผ้า ตามทรรศนะของคนภายนอก คือพวกพราหมณ์จากชมพูทวีป จนที่สุดเรียกคนพื้นเมืองหมดทั้งหญิงชายอย่างดูถูกและเหยียดหยามว่า นาค ทั้งนั้นไม่มีละเว้น มีตำนานและนิทานพื้นเมืองพูดถึงบ่อย ๆ เช่น อุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ระบุว่าคนพื้นเมืองบริเวณสองฝั่งโขงที่ยังไม่รู้จักศาสนาจากชมพูทวีปล้วนเป็นนาค นอกจากในนิทานพื้นเมืองแล้ว คำว่านาค ที่หมายถึงคนพื้นเมือง คนป่า คนดอย คนดง ยังเหลืออยู่กับชนเผ่ากลุ่มหนึ่งในอินเดียทุกวันนี้เรียกตัวเองว่า เผ่านาค มีดินแดนของตนเองเรียก รัฐนาค (Nagaland)



* DN61187_web.jpg (232.2 KB, 777x933 - ดู 353 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

trendyman
ผู้ดูแลบอร์ด
เริ่มติดใจ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 183


เส้นทางแห่งแสง ...Way of light


skycapture trendyman
เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 01:45:38 PM »

นาคไม่ใช่คำในภาษาพื้นเมืองของภูมิภาคอุษาคเนย์ คำนี้ติดมากับพวกพราหมณ์จากอินเดียโบราณใช้เรียกคนพื้นเมืองทั้งหมดของอุษาคเนย์ที่ล้าหลังทางเทคโนโลยี คนพื้นเมืองพวกนี้ยังไม่รู้จักศาสนาพุทธ พราหมณ์ แต่มีศาสนาของตัวเองเรียกรวม ๆ ศาสนาผี เพราะนับถือผีพื้นเมืองของแต่ละเผ่า และอำนาจเหนือธรรมชาติ ผีพื้นเมืองมีหลายระดับ ตั้งแต่ผีเรือน ขยายเป็นผีของหมู่บ้าน เรียกผีบ้าน จนถึงผีของเผ่าพันธุ์ เช่น ผีฟ้า หรือผีแถน ภายหลังเรียกรวม ๆ ว่า ผีฟ้าพญาแถน แต่บางเผ่านับถือผีเจือง ที่รู้จักแพร่หลายในเอกสารสมัยหลังว่า ท้าวฮุ่งหรือขุนเจือง ของพวกลัวะกับพวกข่า ระบบความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาสนาผี และถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวัน คือความเชื่อเรื่องขวัญ คนเรามีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ ๒ ส่วน คือส่วนที่เป็นตัวตน ได้แก่ ร่างกาย และส่วนที่ไม่เป็นตัวตน ได้แก่ ขวัญ ทั้งยังมีความเชื่อร่วมกันอีกว่า ถ้าขวัญอยู่คู่กับร่างกาย เจ้าของขวัญจะมีความสุขสบาย แต่ถ้าขวัญออกจากร่างกายไป เจ้าของขวัญจะไม่เป็นปกติ อาจเจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงตาย เมื่อใดก็ตามที่เจ้าของขวัญเจ็บป่วยมาก แสดงว่าขวัญไม่อยู่กับตัว ผู้ใหญ่ในครอบครัวจึงต้องจัดพิธี เรียกขวัญ ให้กลับเข้าสู่ตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลและอยู่ดีมีสุข เหตุที่ต้องทำขวัญมีทั้งเหตุดี และเหตุไม่ดี เหตุดี เช่น ได้แต่งงาน ได้ลูก ได้เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ รวมทั้งได้บวช ได้ข้าวปลาอาหาร เหตุไม่ดี เช่น ผัวตาย ลูกตาย เมียตายจาก ฝันร้ายเจ็บไข้ได้ป่วย พิธีบวชนาค ยุคแรกเริ่มเดิมทีมีร่องรอยเหลืออยู่ในพม่า คือนาคยังไม่ปลงผมโกนหัว เอานาคขึ้นม้าไปแห่เสียก่อน ต่อเมื่อจะเข้าโบสถ์ขออุปสมบทจึงค่อยโกนหัว ซึ่งต่างจากคนไทยทุกวันนี้ที่ให้นาคโกนหัวก่อนแล้วค่อยแห่นาค

สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์เล่าไว้ในหนังสือ เที่ยวเมืองพม่า เหตุที่นาคยังไม่ต้องโกนหัว เพราะนาคคือคนเรานี่แหละ ไม่ได้มีฐานะพิเศษเป็นอย่างอื่น เข้าใจว่าคนไทย-ลาว แต่ก่อนก็เป็นอย่างพม่า เพราะเคยเห็นพวกเขมรเป็นนาค ต้องใส่หัวเป็นรูปพญานาคด้วยซ้ำไป แสดงว่ายังไม่ต้องโกนหัว อย่างนี้คือสิ่งที่เป็นจริงตามประเพณีเดิมแท้มาแต่แรกทีเดียว

ประเพณีบวชใช้เวลาอย่างน้อย ๓ วัน คือวันแรกทำขวัญ วันที่สองบวช วันที่สามฉลองพระ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป บางรายทำขวัญตอนสายแล้วบวชตอนบ่ายวันเดียวกัน แต่บางรายไม่ทำขวัญ เมื่อทำขวัญก็แห่เข้าโบสถ์บวชเลยก็ได้

ตามประเพณีเก่า วันแรกทำขวัญนาคตอนกลางคืน เพราะว่าพรุ่งนี้คือวันบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา นับเป็นวันสำคัญ ฉะนั้นวันนี้ต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เช่น ทำขวัญ เพื่อให้ผู้จะบวชในวันพรุ่งนี้รำลึกถึง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญและควรระลึกถึงก็คือความเป็นมนุษย์ แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ พ่อนาคเป็นคนมีบุญมากจึงจะได้บวช

คนมีบุญที่จะได้บวชต้องเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง แต่พื้นฐานทางสังคมภูมิภาคอุษาคเนย์ให้ความสำคัญผู้หญิงสูงกว่าผู้ชาย เมื่อเป็นเช่นนี้สังคมจำเป็นต้องปรับประเพณีมิให้ขัดแย้งกัน นั่นคือ ยกย่องคนมีบุญ ซึ่งแท้ที่จริงคือผู้มีปฏิสนธิมาจากผู้หญิงผู้เป็นแม่นั่นเอง ถ้าพิจารณาอีกทางหนึ่ง ประเพณีทำขวัญนาคก็คือพิธีให้ความสำคัญแก่ผู้เป็นแม่ เพราะวันพรุงนี้เมื่อนาคเข้าโบสถ์แล้วแม่จะหมดหน้าที่ ความสำคัญจะโอนไปอยู่ที่พ่อซึ่งเป็นผู้ชาย พิธีทำขวัญ แต่ก่อนไม่ซับซ้อนเป็นพิธีง่าย ๆ ในหมู่บ้านที่มีแต่ฝูงเครือญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น ครั้นนานวันเข้าก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ซับซ้อนขึ้น โดยรับคติทางศาสนาที่รู้จักกันครั้งนั้นเข้ามาประสมประสาน เช่น พิธีพราหมณ์ ฉะนั้นจึงมีบายศรีเป็นชั้นๆ สูงขึ้นไป แล้วมีแว่นเวียนเทียนเป็นเครื่องประกอบ เมื่อเริ่มพิธีเวียนเทียนนี่แหละ ดนตรีก็เริ่มบรรเลงและขับร้องทำเพลงนาค แต่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า เพลงเรื่องทำขวัญ เพราะมีการปรับปรุงลำดับเพลงให้มีหลาย ๆ เพลงบรรเลงต่อเนื่องกันไปจนกว่าจะเสร็จพิธี ตามปกติวงดนตรีไทย โดยเฉพาะวงปี่พาทย์ ไม่ว่าจะบรรเลงเพลงเรื่อง หรือเพลงชุดใด ๆ ที่เกี่ยวกับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ จะต้องบรรเลงเพลงสาธุการเป็นเพลงแรก เพราะเป็นสัญลักษณ์น้อมนมัสการพระรัตนตรัย จากนั้นจึงบรรเลงเพลงอื่น ๆ เรียงไปตามลำดับที่กำหนดมาแต่โบราณ มีแต่เพลงชุดทำขวัญนี้เท่านั้นที่ไม่เริ่มด้วยเพลงสาธุการ แต่เริ่มด้วยเพลงนางนาคเป็นเพลงแรก เพื่อให้หมายถึงการแสดงความอ่อนน้อม และวิงวอนร้องขอความมั่นคง มั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์จาก "นาค" หรือ "เจ้าแม่" ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน และแผ่นน้ำให้แก่ผู้รับทำขวัญ


* DN61178_web.jpg (224.69 KB, 943x627 - ดู 387 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก ...
Make simply to be special

หน้า: [1] 2 3
 
 
กระโดดไป: